<?xml version="1.0" encoding="tis-620"?>
<rss version="2.0">
<channel>
  <title>ฟาร์มสุนัขสายฟ้า T-06 (ศูนย์บำรุงพันธุ์สุนัขไทยบางแก้วภาคตะวันออก)</title>
  <link>http://www.thaibangkaew.com/</link>
  <description>My thaibangkaew Site</description>
  <language>th_TH</language>
  <pubDate>Mon, 28 Aug 2006 06:27:49 GMT</pubDate>
  <ttl>1440</ttl>
  <generator>CPG-Nuke Dragonfly</generator>
  <copyright>ฟาร์มสุนัขสายฟ้า T-06 (ศูนย์บำรุงพันธุ์สุนัขไทยบางแก้วภาคตะวันออก)</copyright>
  <category>News</category>
  <docs>http://backend.userland.com/rss</docs>
  <image>
	<url>http://www.thaibangkaew.com/images/logo.gif</url>
	<title>ฟาร์มสุนัขสายฟ้า T-06 (ศูนย์บำรุงพันธุ์สุนัขไทยบางแก้วภาคตะวันออก)</title>
	<link>http://www.thaibangkaew.com/</link>
  </image>

<item>
  <title>ประวัติฟาร์มของเรา</title>
  <link>http://www.thaibangkaew.com/index.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=29</link>
  <description>เมื่อประมาณปี 2525 เกือบ 24 ปีที่แล้ว ทางเจ้าของคอกสุนัขสายฟ้าได้เลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างๆมากมาย เช่น   อัลเซนเชี่ยน มิเนียเจอร์  บ๊อกเซอร์ ไทยหลังอาน พุดเดิล้ สเน้าเซอร์ โดเบอร์แมน ดัลเมเชี่ยน แต่ไม่ประสพผลสำเร็จ เพราะสุนัขพันธุ์ต่างประเทศโดยทั่วไปอยู่ในเมืองหนาว เมื่อนำมาเลี้ยงในบ้านเราก็ต้องเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ เมื่ออากาศ น้ำ อาหารเปลี่ยนแปลงก็จะเป็นโรค ป่วยบ่อย เป็นหวัด เป็นไข้ ท้องเสีย กระดูกขาอ่อน 
      การคลอดก็จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ช่วยคลอดตลอดเวลา ถ้าเผลอก็อาจจะไม่ได้ลูกสุนัข ต้องให้เวลาทั้งวัน ซึ่งเรามีเวลาให้ไม่พอ ก็ประสพภาวะขาดทุนมาประจำ  ตอนซื้อพ่อแม่พันธุ์มาตัวละ 50,000 ถึง 100,000 บาทแต่พอเลิกเลี้ยงก็ต้องเอาไปแจกตามเพื่อนหมด</description>
  <pubDate>Mon, 28 Aug 2006 06:27:49 GMT</pubDate>
</item>

<item>
  <title>หลักจรรยาบรรณในการเพาะพันธุ์ และ จำหน่ายจ่ายแจกสุนัขบางแก้ว</title>
  <link>http://www.thaibangkaew.com/index.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=28</link>
  <description>หลักจรรยาบรรณในการเพาะพันธุ์ และ จำหน่ายจ่ายแจกสุนัขบางแก้ว
ฉบับชุมชนคนรักบางแก้ว  

หลักจรรยาบรรณ ในการเพาะพันธุ์สุนัขบางแก้ว 
1. ไม่นำสุนัขที่ไม่รู้ประวัติพ่อแม่มาผสมกันโดยเด็ดขาด 
2. ไม่นำสุนัขที่เป็นโรคติดต่อทางพันธุกรรม เช่น โรคข้อสะโพกเสื่อม ฯลฯ มาเป็นพ่อพันธ์แม่พันธุ์โดยเด็ดขาด 
3. ไม่นำสุนัขที่มีจิตประสาทไม่มั่นคง (ดุอย่างไม่มีสาเหตุ) มาเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ โดยเด็ดขาด 
4. ไม่นำสุนัขที่มีลักษณะด้อย (บกพร่อง)  ไม่ได้มาตรฐาน มาเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์โดยเด็ดขาด</description>
  <pubDate>Mon, 28 Aug 2006 03:36:11 GMT</pubDate>
</item>

<item>
  <title>ตารางการประกวดสุนัข ประจำปี พ.ศ.2550</title>
  <link>http://www.thaibangkaew.com/index.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=24</link>
  <description>ตารางการประกวด(คลิกดูรูปใหญ่ที่นี่)

ท่านใดที่สนใจอยากส่งสุนัขเข้าประกวด ก็สามารถติดต่อผู้จัดงานได้เลย
ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ลงไว้ครับ</description>
  <pubDate>Sun, 13 Aug 2006 09:15:21 GMT</pubDate>
</item>

<item>
  <title>บางแก้วโกอินเตอร์</title>
  <link>http://www.thaibangkaew.com/index.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=23</link>
  <description>หลังจากสุนัขพันธุ์ไทยบางแก้วได้รับการรับรองจากสมาพันธ์สุนัขเอเชีย (A.K.U.) 
แล้วขณะนี้ทางสมาคมฯ กำลังดำเนินการถึงเรื่องของการขอรับรองสุนัขพันธุ์
ไทยบางแก้วไปยังสมาพันธ์สุนัขโลก (F.C.I.) ซึ่งคงจะเรียบร้อยในเร็วๆ นี้</description>
  <pubDate>Sun, 13 Aug 2006 08:51:46 GMT</pubDate>
</item>

<item>
  <title>มาตรฐานพันธ์สุนัขไทยบางแก้ว(ฉบับปรับปรุง 14 ต.ค 44)</title>
  <link>http://www.thaibangkaew.com/index.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=22</link>
  <description>ลักษณะประจำพันธุ์

1. ลักษณะทั่วไป - เป็นสุนัขขนาดกลาง โครงสร้างรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีสัดส่วนที่กลมกลืน ประกอบด้วยกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์ แข็งแรง มีการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว

พฤติกรรมทางอารมณ์ - ตื่นตัว ร่าเริง รักเจ้าของ เชื่อมั่นในตนเอง จิตประสาทมั่นคงไม่ขลาดกลัว ซื่อสัตย์ หวงแหนทรัพย์สิน ฉลาดปราดเปรียว กล้าหาญ สามารถฝึกใช้งานได้

ถิ่นกำเนิด - มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่หมู่บ้านบางแก้ว ตำบลท่านางงาม อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ประเทศไทย</description>
  <pubDate>Sun, 13 Aug 2006 08:38:51 GMT</pubDate>
</item>

<item>
  <title>การทำคลอด</title>
  <link>http://www.thaibangkaew.com/index.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=20</link>
  <description>เมื่อสุนัขตั้งท้องได้ 2 เดือน ก็ถึงเวลาที่แม่สุนัขจะคลอดลูก

วิธีการทำคลอดนั้นไม่ต้องทำอะไรมาก เพียงแต่หาไม้มาทำเป็นรัง
สี่เหลี่ยมพืนผ้ากว้าง 1 เมตร ยาว 1.50 ความสูงของรังคลอด 20 ซม. เพื่อกันลูกสุนัขปีนออกมา 
เมื่อถึงเวลาแม่สุนัขจะเข้าไปคลอดในรังเอง

การอนุบาลลูกอ่อน สุนัขบางแก้วเป็นสุนัขที่เลี้ยงลูกเก่ง ไม่ยุ่งยากเหมือนสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ โดยทั่วไปแม่สุนัขจะคลอดเองและจะเลี้ยงลูกเอง โดยเราไม่ต้องช่วย แต่ถ้าจะให้ดี ก็ต้องดูแลใกล้ชิดหน่อย บางครั้งแม่สาว (หมายถึง แม่ที่มีลูกคลอกแรก) จะเลี้ยงลูกไม่ค่อยเป็น คอยจะนอนทับลูกเพราะความเพลีย เราควรหมั่นดูประมาณ 3 วัน พ้นจากนั้นก็จะไม่นอนทับลูกแล้ว</description>
  <pubDate>Sun, 13 Aug 2006 05:29:33 GMT</pubDate>
</item>

<item>
  <title>การผสมพันธุ์</title>
  <link>http://www.thaibangkaew.com/index.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=19</link>
  <description>หลักการและวิธีการผสมพันธุ์

    เมื่อสุนัขเริ่มอายุ 8 เดือน เป็นสัดแรกไม่ควรผสม ควรผสมเมื่อเป็นสัดครั้งที่สอง 
ประมาณอายุ 1 ปีกว่า เพราะถ้าผสมสัดแรกจะทำให้สุนัขเพศเมียหยุดการเจริญเติบโต และสุนัขอายุน้อยไปจะทำให้ลูกสุนัขคลอดมาไม่สมบูรณ์ และเสี่ยงต่อการที่แม่สุนัขจะเสียชีวิต เพราะคลอดลูกไม่ได้เนื่องจากร่างกายแม่สุนัขยังไม่เจริญวัยเต็มที่ทำให้กระดูกเชิงกราน
ของแม่สุนัขขยายยาก ลูกจะตายในท้องและอาจต้องเสียแม่พันธุ์ไป

    เมื่อสุนัขเพศเมียเป็นสัด (มีเลือดหลั่งทางช่องคลอด) ให้นับไปวันที่ 10 เริ่มผสม 2 หรือ 3 ครั้ง โดยผสมวันเว้นวัน เมื่อผสมเสร็จควรแยกพ่อพันธุ์ออก ไม่เช่นนั้นอาจกัดกัน ถ้าแม่พันธุ์ไม่พร้อมแสดงว่าท่านนับวันผิด ต้องรีบนำแม่พันธุ์ออก หากท่านจำวันที่แม่พันธุ์เริ่มหลั่งเลือดไม่ได้ ให้สังเกตที่อวัยวะสืบพันธุ์ของแม่พันธุ์ว่าบวมใหญ่เต็มที่ และมีเลือดซึ่งจางเป็นสีชมพูเป็นอันใช้ได้ ถ้าเป็นสีขาวแปลว่าเลยเวลาแล้ว</description>
  <pubDate>Sun, 13 Aug 2006 05:27:41 GMT</pubDate>
</item>

<item>
  <title>รู้ได้ยังไงว่า..สุนัขป่วย</title>
  <link>http://www.thaibangkaew.com/index.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=18</link>
  <description>การสังเกตอาการของสุนัขป่วย

สุนัขป่วย

       1. กินอาหารน้อยลง นอนซม ซึมเศร้า
       2. จมูกแห้งผาก หรือน้ำมูกไหลจมูกกระด้าง ฝ่าเท้ากระด้าง
       3. ถ่ายเป็นน้ำ มูกเลือดหรือเหม็นคาว
       4. ใต้ผนังท้อง มีตุ่มหนองสีเขียวหลายตุ่ม
       5. ขนหลุดร่วงเป็นหย่อมๆ วงๆ
       6. นอนนั่งจะใช้เท้าเกาทั้งตัว หรือกัดที่บริเวณลำตัว
       7. อุณหภูมิร่างกายมากกว่าหรือน้อยกว่า 100-102 องศา
       8. เหงือก ลิ้นซีดขาว หรือ ดำคล้ำ
       9. ตาแห้ง หรือมีน้ำตาใหลเยิ้ม
      10. ทวารหนักเปียกแฉะตลอดเวลา

ยังมีเคล็ดลับอีกมากมายที่ไม่สามารถเขียนบรรยายได้หมด หากท่านผู้ใดสนใจเพาะเลี้ยงแล้วเกิดปัญหาเรายินดีให้คำปรึกษาอย่างเปิดเผยโดยไม่ปิดบัง เพื่อเป็นวิทยาทาน ให้แก่ผู้ที่ไม่รู้ต่อไป</description>
  <pubDate>Sun, 13 Aug 2006 05:24:38 GMT</pubDate>
</item>

<item>
  <title>รู้ได้ยังไงว่า..สุนัขสุภาพดี</title>
  <link>http://www.thaibangkaew.com/index.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=17</link>
  <description>การสังเกตอาการของสุนัขสุภาพดี

      สุนัขสุขภาพดี

       1. กินอาหารปกติ คึกคักร่าเริง
       2. จมูกมีน้ำชื้น ไม่มีน้ำมูก จมูกอ่อนนิ่ม ฝ่าเท้าอ่อนนิ้ม
       3. ถ่ายเป็นก้อนอ่อน
       4. ใต้ผนังท้องสีชมพูเรื่อๆ ไม่มีตุ่มหนอง
       5. ขนไม่หลุดร่วง ถ้าผลัดขนจะร่วงทั่วทั้งร่างกาย
       6. นอนนั่ง ไม่เกานั่นกัดนี่
       7. อุณหภูมิร่างกาย 100-102 องศา
       8. เหงือก ลิ้นสีชมพู
       9. ตาใสมีน้ำหล่อตาเป็นประกาย
      10. ทวารหนักจะแห้ง</description>
  <pubDate>Sun, 13 Aug 2006 05:23:12 GMT</pubDate>
</item>

<item>
  <title>การฉีดวัคซีน</title>
  <link>http://www.thaibangkaew.com/index.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=16</link>
  <description>การฉีดวัคซีนถือเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ควรมองข้าม

เมื่อลูกสุนัขเกิดมาแล้วเราจะต้องทำวัคซีนไม่เช่นนั้นลูกสุนัขอาจตายได้

        ตารางการฉีดวัคซีน

       1. อายุ 15 วัน ให้ถ่ายพยาธิลูกสุนัขครั้งแรก
       2. อายุ 30 วัน ให้ถ่ายพยาธิลูกสุนัขครั้งที่สอง
       3. อายุ 2 เดือน ให้ทำวัคซีนไข้หัดกับลำไส้ทันที โดยฉีดเข้าใต้ผิวหนัง
       4. อายุ 3 เดือน ทำวัคซีนพิษสุนัขบ้า
       5. อายุ 6 เดือน กระตุ้นไข้หัดและลำไส้ เป็นอันจบ

    ในปีต่อไปทุก ๆ ปี ให้ทำวัคซีนไข้หัดและลำไส้ 1 เข็ม และพิษสุนัขบ้า 1 เข็ม เป็นประจำทุกปี</description>
  <pubDate>Sun, 13 Aug 2006 05:21:27 GMT</pubDate>
</item>

</channel>
</rss>
